2005/Mar/10

พิมพ์ครั้งแรกใน questionmark

Vol.4

ว่าด้วย รักแท้ และ รักไม่แท้ มีจริงหรือ ?

ความรักกับการครอบครอง..........

ความรักของปัจเจก และความรักที่ไม่ใช่ปัจเจก

รักในฐานะโซเชียลคอนสตรัคชั่น ...

      และด้านต่างๆของ"สิ่งที่เราเรียกว่า ความรัก"

      ครั้งแรกที่คิดว่า จะพูดเกี่ยวกับเรื่องความรัก ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะพูดแบบไหนดี ?


แต่พอมาคิดๆดู คนเขียนรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า นี่เป็นหนังสือ ชื่อ ...questionmark ..? ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เพื่อตั้งคำถามใหม่ๆ และ เราอนุมานว่า คนอ่านคงไม่ต้องการคำตอบสำเร็จรูป และไม่น่าจะเป็นการดีที่จะมา"เล่า"สิ่งที่คนเขียนคิดอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเอง คนเขียนคิดว่า สิ่งเดียวที่ เขาพอจะทำได้ ในงานเขียนสั้นๆชิ้นนี้คือ การพยายามตั้งคำถามเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆของสิ่งที่เราเรียกว่าความรัก
ซึ่งอันที่จริงในแง่การวิเคราะห์ ประเด็นที่เป็นนามธรรม มีความหมายกว้าง และ มีความไม่คงเส้นคงวาในแง่ของนิยาม อย่างเรื่องนี้ พอจะ มีวิธีอยู่สองวิธี(ในหลาย ๆ วิธี)ของการวิเคราะห์ ที่คนเขียนนึกออก
วิธีแรกคือ เราสามารถ พูดถึง "ความรัก" ในความหมายหลายๆแบบที่คนทั่วไปใช้กัน...
หรือ อีกอย่างหนึ่งคือ จำกัดการพูดถึงความรัก ในนิยามๆเดียวหรือแง่มุมเดียว เพื่อ ลดขอบเขตให้ชัดเจน เจาะลึกในแต่ละกรณี
ในที่นี้ เพื่อให้เป็นการเปิดประเด็นกว้างๆ ขอเลือกแบบแรกก่อน..... โดยจะมีแบบที่สองประปรายในส่วนย่อยๆ

Introduction:

ขอเริ่มจากคำถามกับสิ่งที่เราน่าจะรู้สึกว่าธรรมดาๆ ที่สุด จนอาจจะมองข้ามมันไป คือ"ความรัก ของเรา"

      ประเด็นแรก

        • ทำไมความรักกลายเป็น 'ของเรา' ไปได้
        • เป็นไปได้ไหมที่ความรักจะไม่เป็นของเรา ?
        • แล้วสิ่งที่เรารักเป็น"ของเรา"หรือเปล่า ? ถ้าเป็น..เป็นยังไง, ถ้าไม่เป็น

      ประเด็น ที่ 2

        • แล้วทำไมเราถึงรู้สึกว่า เรา "ต้องรักใครบางคน" ซึ่งไม่ใช่ทุกคน หรือต้องจำกัดสิ่งที่เรียกว่าการแสดงความรักไว้กับ"ใครบางคน" ?
      คือ คือ เวลาเราพูดว่า 'ความรักของเรา' มันเป็นของเรายังไงเหรอ ?
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ความคิดแบบนี้เป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งที่คอย
..ไม่เป็นยังไง ? reproduce ( คือมีบทบาทในการสร้าง และ ผลิต ซ้ำๆ ) คอนเซปท์ ที่โรแมนตี๊กกกก.. โรแมนติกกก.. อย่างเรื่อง "รักแท้" อะไรทำนองนั้น ที่เราคุ้นเคยกันดี ...but, isn't it real la ? และเรื่องโรแมนติก-หวานแหวว ที่แสนจะลึกลับและซาบซึ้งอย่าง "โซลเมท" อะไรแบบนั้น.... Wow !!! .... แบบว่า....เราจะรักกันทุกๆชาติไป --โอย หวานมากกกกกกกกๆๆๆๆ (จะว่าไป แม้แต่คนเขียนยังอยากรู้สึกอย่างนั้นเลยอ่ะ อิ อิ)

      เพราะงั้น สิ่งที่เราจะพูดหรือค้นหาร่วมกันคือ ความรู้สึกที่ว่านี้ มันเป็น"ธรรมชาติ" หรือเปล่า ? ;

      คือ เป็นอะไรที่..แบบว่า..เป็นเนื้อแท้ของมนุษย์ อย่างที่พวกนักเขียนนิยามยุงชุม(หรือพูดแบบตรงๆคือ--น้ำเน่า) อย่าง ทมยันตี หรืออะไรประเภทนั้นชอบบอกเราในนิยายหรือเปล่า, หรือ เป็น " โซเชียลคอนสตรัคชั่น"

      [ โน้ท : ดู รายละเอียด เกี่ยวกับ Social construction wikipedia.org และที่อื่นๆ( ในแง่ของสิ่งที่เป็น"ความจริงที่ถูกสร้างในความคิดคน โดย ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ของคนในสังคม" )" อย่างหนึ่ง http://en.wikipedia.org/wiki/Social_constructหรือ อันที่จริงสามารถค้นหาคำนี้จากที่อื่นๆในinternetได้ง่ายมาก ]

    ปัญหานี้นำเรามาสู่ทางเลือก 2อย่าง คือ

    ถ้าเราคิดว่า ความรู้สึก ทัศนคติ เรื่องนี้ เป็น ธรรมชาติ เป็น essentiality (ลักษณะที่เป็น ธาตุแท้/เนื้อแท้ ..ฯลฯ ) of wo/mankind เรื่องนี้ก็จะจบ..... อย่างชนิดที่ เอนด์ อัพ แฮปปี้เอนดิ้งมั่กมั่ก.. เรยย !

    อืม.... แต่ถ้าไม่ใช่

    ..

    ..

    นอกจากกรณีนั้น มนุษย์ให้ค่าของความรักต่างกันหรือไม่ถ้าเขาอยู่ในวัฒนธรรมที่ต่างกัน ?, (...ซึ่งแน่นอน ขอตอบก่อน ..มันอดไม่ได้น่ะ.. ว่าคำตอบคือใช่... และคนเขียนเขื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ), หรือเหมือนๆกันหมด

    แต่ถ้าเราสงสัยว่านี่เป็น โซเชียลคอนสตรัคฯและลอง ผลักสมมุติฐานนี้ออกไป .... เราอาจตั้งคำถามได้ว่า อะไรเป็นส่วนประกอบของคอนเซ็ปท์ชุดนี้ แล้วมันมี กระบวนการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่(reproduction)ยังไง ? และ รูปแบบ เหล่านี้ มัน ผลิตตัวเองผ่านกระบวนการอะไร มีอะไรเป็น mediater(สิ่งที่มีบทบาทเป็นตัวกลาง)บ้าง ?

    และ ทำไม...สิ่งที่เรียกว่า ความรัก ไม่นำเราไปสู่ สันติภาพ

    เรามาเริ่มต้นกันที่เรื่อง........... "

    ความรักถูกทำให้เป็น เรื่องของ ปัจเจก (เราสองคน หรือมากกว่า) หรือเรื่องของ "กลุ่ม'ปัจเจกหลายๆคน'ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ทับซ้อนกัน"(conceptually, in theorical-functional approch) i.e. บางคนจะรักกันต้องคิดถึงครอบครัว / ครอบครัวเราจะเข้ากันได้ไหม ฯลฯ

    แน่นอนสิ่งเหล่านี้/ความคิดแบบนี้ ทำให้บางอย่าง'หายไป' คืออะไรที่มากกว่า "ของฉัน" มัน หายไปหมด คำถาม คือคำถามที่สองในกรณีนี้คือ

      กระบวนการทำให้ ความรักกลายเป็นของเรา มัน เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ? สิ่งที่ไม่ใช่ 'ของฉัน' อย่างเช่น "สังคม" เป็นอะไรที่มีตัวตนไหม หรือมนุษย์ในฐานะ เป็นกลุ่ม มีอะไรที่เป็นตัวตนไหม ถ้ามี มันมีผลแค่ไหนกับชีวิตเรา และทำไมมันถึงหายไปจาก คอนเซปท์เรื่องรัก ในยุคสมัยต่างๆ และ ถึงที่สุด มีอะไรขวางกั้นเราจากความรักในสิ่งเหล่านี้ ถ้าเรารักมนุษย์หรือสังคม โลกนี้จะเปลี่ยนไปไหม ? เราสามารถ "รัก"สิ่งเหล่านี้ได้ไหม ในแบบไหน ยังไง ?
    และเราสงสัยว่าเป็นธรรมชาติ อาจจะเป็น โซเชียล คอนสตรัคฯ ก็ได้ และต้องการที่จะตรวจสอบ เราอาจจะต้องตั้งคำถามว่า.. ถ้าไม่นับความรู้สึก ผูกพัน ความอบอุ่นที่ได้จากการมีความรู้สึกรัก ซึ่ง(คนเขียนเชื่อว่า)น่าจะเป็นความรู้สึกสากลแล้ว Culture ในที่ต่างๆทำให้เกิดรูปแบบการแสดงความรักที่ต่างออกไปหรือไม่ ?

    Individual love : รักของฉัน และ รักของเธอ"

    ที่จริง เราน่าจะตั้งคำถามได้ด้วยว่า "โมโนกามี่" (หรือ คอนเซปท์ที่กำหนดรูปแบบของครอบครัว ให้มีเพียง ชาย 1 หญิง 1 เท่านั้น) เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างกรอบในเรื่องการรักขึ้นมา และน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอุดมคติเรื่องรักหนึ่งเดียวขึ้นมา และเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมกับศาสนา และกรอบการปฎิบัติตัว ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี ซึ่งในหลายๆวัฒนธรรมวางกรอบว่า เรื่อง เซ็กส์ หรือการใช้ชีวิตแบบคู่ จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง(หรือมี political correctness)ได้ต่อเมื่อ ได้การยอมรับหรือได้ใบอนุญาตผ่านอำนาจของคนอื่นๆ, ซึ่งที่มาและพัฒนาการของเรื่องนี้เกี่ยวพันกับปัจจัยหลายอย่าง, เช่นปัจจัยทางเศรษฐกิจ, อย่างเช่น การบริหารจัดการด้านแรงงาน และการผลิตในชุมชน,ที่ระบบครอบครัวเดี่ยวปักหลักมั่นคงแล้ว, และเป็นกระบวนการการจัดการอำนาจของสังคม

    ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้คือการ.....

    มี สังคมที่เป็น
    Monogamy และ การพยายามทำให้ความรักเป็นความศักดิ์สิทธิ, ทำให้ sex เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ

    ซึ่งภ้าจะพูดถึง อากิวเมนท์ หรือ คำอธิบายที่ใช้โต้แย้ง ในเรื่องนี้แล้ว อากิวเมนท์ ที่สำคัญอันหนึ่งคือ การบอกว่า ปัจจุบัน monogamy เป็นสิ่งที่ปัจเจกส่วนใหญ่ได้เลือกแล้วด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น นั่นย่อม ชอบธรรม หรือดี โดยตัวมันเอง ! Free Will )ที่เราเชื่อว่าเราคิดเอง transform การปฏิบัติของสังคมได้จริง -- ถ้าไม่ลืมว่าแนวโน้มที่คนจะเป็นพวกConservativeมากขึ้นเวลาอายุมากขึ้น และ บางครั้งการพยายามแบบ unconsciously(หรือโดยมุ่งไปในด้านการตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างเดียวซึ่งไม่ได้ผิดไม่ได้สนใจที่จะเปลี่ยนแปลง กรอบทางวัฒนธรรม) ใน หลายๆครั้ง ก็ยังยืนอยู่บนแนวคิดแบบ patriarchy( คือยังอยู่บนวัฒนธรรมเดิมที่ ให้โอกาสกับผู้ชายในเรื่องต่างๆมากกว่าผู้หญิงหรือเอาเปรียบผู้หญิง อยู่มาก...ดูเรื่อง การวิเคราะห์ความรักในแง่ความสัมพันธ์ชายหญิง... หน้าถัดไป ประกอบ )

    ซึ่งจะว่าไป นี่ก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของ social construction แท้ๆเลย เพราะถ้าเราจะพูดถึงกระบวนการทาง จิตวิทยา(Psychological Processing of individual & society) ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจำนวนมากจะยอมรับ หรือแม้แต่เชิดชู ความเลวร้ายชนิดต่างๆ อย่างเช่น การเอารัดเอาเปรียบ, ความรุนแรง, หรือ การกลับมาเชิดชู หรือกระทำ สิ่งที่ตัวเองเคยไม่ชอบ(หรือจะไม่ชอบถ้าถูกกระทำเสียเอง)

    เพราะมันมีกระบวนการทางสังคม/ทางจิตวิทยา/ทางการเมือง/ทางศาสนา...ฯลฯ ที่คอย ตีกรอบ บังคับ จัดระเบียบ ให้รางวัลคนที่ทำตาม และ ที่สำคัญที่สุดคือปลูกฝังให้คนเชื่อว่า แนวคิด/อุดมการณ์ต่างๆเป็นของตัวเอง, เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ "เซลฟ์"( self ) ของเรา, หรือเป็น "ฟรีวิล" ( และคนส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มจะทำตามกรอบ เพื่อความพอใจทางจิตใจ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ทั้งทางสังคม และที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกคือทางจิตใจ หรือทางจิตวิทยา

    (โดยส่วนใหญ่,และอย่างซับซ้อน) เราเป็นทาสของอุดมการณ์ หลายๆชุด เป็นผลผลิตของสังคม ไม่ใช่ เราเลือกที่จะคิดเองอย่างอิสระ อย่างมากที่สุด,ในหลายๆเรื่อง เราเลือกภายใต้กรอบบางอย่าง และเป็นกรอบที่มีข้อจำกัดอย่างมากด้วย

    ..

    ..

    ..

    "my love is like a red red rose"

    รัก ในฐานะ ความหลงใหลในภาพที่จิตใจสร้างขึ้น

    Passion of pure images

    อิมเมจ(ภาพลักษณ์-บก.)และ การหลงใหลใน อิมเมจนั้นคุณอาจจะเคยได้ยิน myth(นิยายปรัมปรา-บก.)กรีกเรื่อง นาร์ซีซัส ที่หลงรักรูปโฉมของตัวเอง หลายๆกรณี สิ่งที่หลายคนเรียกว่าความรัก ก็เป็นอะไรแบบนั้น คือเป็นภาพฝันเสียเป็นส่วนใหญ่ (ถ้าอยากเห็นชัดๆ ลองคิดถึง ความรักบนเน็ท ประเภทที่ จีบกัน ทางตัวหนังสือล้วนๆจิ )ที่เกิดจาก ความทรงจำ และการ ทำงานของความคิด เวลาเราคิดถึงคนรัก เป็นกระบวนการทางความคิดที่มีความทรงจำและประสบการณ์จริงบางอย่างเป็นส่วนประกอบ (ความซาบซึ้งตรึงใจที่สร้างจากจินตนาการ-บก.) ( มากกว่าอะไรอย่างอื่น) เราสามารถ เชื่อมโยง สิ่งเหล่านี้ ไปยังเรื่องของ " ความรักที่สามารถสร้างได้ " (constructable love) เช่น ความรักชาติ , ความรัก ในอุดมการณ์ , ความรักในตัวบุคคลที่ถูกทำให้เป็นสัญลักษณ์ ! (เหอเหอ)

    แต่ในอีกแง่หนึ่ง ความรัก, ในอีกความหมาย, สร้างขึ้นจาก การได้เห็น การมี ประสบการณ์ทางอารมณ์ ล้วนๆ โดยไม่มี ประสบการณ์ทางกายภาพ จริงๆ

    "กรอบ"ของความรัก

    อะไรทำให้ความรักกลายเป็นความรุนแรง
    คนเขียนอยากเสนอข้อสังเกตว่า การรีโปรดิวซ์โดยรูปแบบของ การเลี้ยงดูในวัยเด็ก ที่มีการสร้างเงื่อนไข ของความรัก ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของ การให้รางวัล และการลงโทษ ในสถาบันครอบครัว "http://thaingo.org/webboard/view.php?id=5561

    ความรักในแง่อำนาจ / ทางเศรษฐกิจ/ การครอบครอง การเป็นเจ้าของ ที่เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งในฐานะของปัจจัยการผลิตที่ถูกกำหนดและควบคุมโดยคนที่มีอำนาจมากกว่า มากกว่าบังคับ คนมีอำนาจน้อยกว่าตาม hierarchy(ลำดับขั้นของอำนาจ)

    เราถึงได้ยิน ประโยคห่วยๆ อย่างเช่น ความรัก เพราะรักหรอกจึง ทำอะไรที่... %#&*$ (เซ็นเซอร์) อย่างนั้น เราอาจจะได้ยินคำพูดประเภทว่า บางคนรักลูกเลยส่งให้เรียนสูงๆ แต่นัยยะอย่างหนึ่งคือ เราต้องการให้ลูกมีโอกาสที่จะทำเงินในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันด้วย และถ้าลูกเราทำอะไรบางอย่างที่เป็นความเสี่ยง เราก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงหรือบังคับให้เขาทำตามที่เราบงการเหมือนสมบัติชิ้นหนึ่ง !

    อย่างนี้เป็นความรักหรือเปล่า ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆมัน

    เป็นสิ่งที่ถูกต้องในนามของคำว่า รัก และได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งที่มีค่าด้วย !!!

    ในสิ่งที่เรียกว่า

    ในเชิงวัฒนธรรม เวลาที่เรา "รัก" อะไรบางอย่างเราต้อง "ไม่รัก" หรือ ลดความสำคัญของสิ่งที่เหลือด้วย

    ทำไม ?

    ความรักแบบปัจเจก มีทั้งสิ่งที่เป็น ความไม่รัก และ การเพิกเฉยต่อสิ่งที่เราไม่ได้รัก อยู่ด้วย (the individual love contains unlove and ignorance) อาจเป็นคนที่สัมพันธ์กับเราตามที่สถานภาพทางสังคมเป็นตัวกำหนดอย่างเช่น เจ้านาย, พ่อ, แม่, ลูก, หรือ ใครในระบบศักดินา,ฮีโร่, หรือแม้แต่ ชาติ (ที่เป็น image ชุดนึง ) หรือ ศาสนา, ทั้งหมดนี้สามารถ เป็น objects of love,ในความหมายที่หลากหลาย,ได้ทั้งนั้น

    จริงๆ ถ้าจะว่าไป ความหมายอย่างหนึ่งของ รักในเชิงstructural-analogy คือ the act of subject to the 'special objects' ซึ่งสามารถ vary in many things เช่น 'คนรัก', หมา แมวหรือ ชาติ หรือ อะไรก็ตาม!

    'สิ่งที่ถูกรัก' ที่ได้รับการยกขึ้นเป็น อะไรบางอย่างที่พิเศษ,

    และในขณะเดียวกันนั้นเอง, ตัดทุกอย่างที่ 'ไม่ใช่สิ่งที่รัก 'ออกไป

    ซึ่ง ลักษณะ ของ"ความรัก"ในความหมายแบบนี้ จะ

    1 แบ่งแยกผู้กระทำกับสิ่งที่เป็นobjects

    2 object มักจะเป็นสิ่งที่มีขอบเขตจำกัดมากเป็นพิเศษ

    3 มีนัยยะของการครอบครอง และยอมรับการแย่งชิง

    4 และ ทั้งหมดนี้ เน้น ว่าทั้งหมดนี้ เป็นเรื่อง ของ ปัจเจก

    5 มี justification (กระบวนการให้ความชอบธรรม) กับความรุนแรงอยู่ในนี้ด้วย

    และ คำถามคือ.....

    ถ้าจะคิดถึงความรักที่ไม่มีการแบ่งแยก เป็นไปได้ไหมที่ รัก จะไม่มี specific object........

    การครอบครอง การแย่งชิง : Possession in the war of the heart

    การต่อสู้เพื่อการครอบครอง กลายเป็นประเด็นที่เด่นชัดมากเกี่ยวกับความรัก

    หลายครั้งมีบางคยทึ่แสดงออกว่าความรัก เป็นเหมือนการ สะสม property อย่างหนึ่ง

    รักแท้ต้องแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ (ฮา)


edit @ 2005/06/21 15:23:15
edit @ 2006/01/19 02:20:33
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
พี่ดรีม เมลไปแล้วพี่ไม่ตอบอะ
เรื่องจะขอตีพิมพ์บทความ ปัญหาอยู่ที่คนหรืออยู่ที่ระบบซ้ำ ในพระจันทร์ ช่วยตอบด้วยนะครับ ผมไม่มีบทความอยู่ในเครื่องแล้ว เพราะเพิ่งเปลี่ยน hdd ถ้าพี่ยินดีให้ลงอีก ก็ช่วยส่งมาด้วยน้าาา
dancingblackrabbit@hotmail.com
#1  by  BlackRabbit เจ (161.200.255.161) At 2005-03-23 02:44, 
สงกรานต์มาอุราแสนเปี่ยมสุข
ปลดเปลื้องทุกข์พาใจให้สุขสันต์
หยิบขันมาตักน้ำเที่ยวสาดกัน
ประแป้งหอมดินสอพองแตะต้องกาย

ระลึกคุณปู่ย่าแลตาเฒ่า
ช่วยอุ้มชูเลี้ยงเราจนเติบใหญ่
ร่วมรดน้ำดำหัวชื่นหทัย
ครอบครัวได้พบหน้ารวมญาติกัน

สิ่งร้ายร้ายให้ผ่านไปในอดีต
โชคชะตาให้เด่นดีอย่าผกผัน
น้ำทั่วไทยดับภัยไฟใต้พลัน
ให้ร่มเย็นดั่งสงกรานต์ทั่วไทยเทอญ
#2  by  ณัฐ At 2005-04-13 12:24, 
#3  by   (202.133.139.2) At 2005-09-04 07:11, 
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#4  by  Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:55, 
I am here to say hello and you have a great site!



#5  by  Robitussin (201.245.163.2 /192.168.254.254) At 2006-09-11 21:38, 
Very interesting and professional site! Good Luck!
#6  by  Halcion (203.113.13.3) At 2006-09-14 21:09, 
ความรัก ยากแท้ หยั่งถึง
แล้วความรักเป็น คอมมอนเซ้นส์ หรือเปล่า
#7  by  hcwk At 2006-10-27 21:14, 
Hello.Thanks so much.
#8  by  Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:37, 
Very nice site!
#9  by  uwyituey (203.77.237.51) At 2009-10-04 20:38, 

<< Home


I was a dreamweaver ....
View full profile