พิมพ์ครั้งแรกใน questionmark
Vol.4
ว่าด้วย รักแท้ และ รักไม่แท้ มีจริงหรือ ?
ความรักกับการครอบครอง..........
ความรักของปัจเจก และความรักที่ไม่ใช่ปัจเจก
รักในฐานะโซเชียลคอนสตรัคชั่น ...
และด้านต่างๆของ"สิ่งที่เราเรียกว่า ความรัก"
ครั้งแรกที่คิดว่า จะพูดเกี่ยวกับเรื่องความรัก ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะพูดแบบไหนดี ?
แต่พอมาคิดๆดู คนเขียนรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า นี่เป็นหนังสือ ชื่อ ...questionmark ..? ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เพื่อตั้งคำถามใหม่ๆ และ เราอนุมานว่า คนอ่านคงไม่ต้องการคำตอบสำเร็จรูป และไม่น่าจะเป็นการดีที่จะมา"เล่า"สิ่งที่คนเขียนคิดอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเอง คนเขียนคิดว่า สิ่งเดียวที่ เขาพอจะทำได้ ในงานเขียนสั้นๆชิ้นนี้คือ การพยายามตั้งคำถามเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆของสิ่งที่เราเรียกว่าความรักซึ่งอันที่จริงในแง่การวิเคราะห์ ประเด็นที่เป็นนามธรรม มีความหมายกว้าง และ มีความไม่คงเส้นคงวาในแง่ของนิยาม อย่างเรื่องนี้ พอจะ มีวิธีอยู่สองวิธี(ในหลาย ๆ วิธี)ของการวิเคราะห์ ที่คนเขียนนึกออกวิธีแรกคือ เราสามารถ พูดถึง "ความรัก" ในความหมายหลายๆแบบที่คนทั่วไปใช้กัน...หรือ อีกอย่างหนึ่งคือ จำกัดการพูดถึงความรัก ในนิยามๆเดียวหรือแง่มุมเดียว เพื่อ ลดขอบเขตให้ชัดเจน เจาะลึกในแต่ละกรณีในที่นี้ เพื่อให้เป็นการเปิดประเด็นกว้างๆ ขอเลือกแบบแรกก่อน..... โดยจะมีแบบที่สองประปรายในส่วนย่อยๆ
- ทำไมความรักกลายเป็น 'ของเรา' ไปได้
- เป็นไปได้ไหมที่ความรักจะไม่เป็นของเรา ?
- แล้วสิ่งที่เรารักเป็น"ของเรา"หรือเปล่า ? ถ้าเป็น..เป็นยังไง, ถ้าไม่เป็น
- แล้วทำไมเราถึงรู้สึกว่า เรา "ต้องรักใครบางคน" ซึ่งไม่ใช่ทุกคน หรือต้องจำกัดสิ่งที่เรียกว่าการแสดงความรักไว้กับ"ใครบางคน" ?
ประเด็นแรก
ประเด็น ที่ 2
เพราะงั้น สิ่งที่เราจะพูดหรือค้นหาร่วมกันคือ ความรู้สึกที่ว่านี้ มันเป็น"ธรรมชาติ" หรือเปล่า ? ;
คือ เป็นอะไรที่..แบบว่า..เป็นเนื้อแท้ของมนุษย์ อย่างที่พวกนักเขียนนิยามยุงชุม(หรือพูดแบบตรงๆคือ--น้ำเน่า) อย่าง ทมยันตี หรืออะไรประเภทนั้นชอบบอกเราในนิยายหรือเปล่า, หรือ เป็น " โซเชียลคอนสตรัคชั่น"
ปัญหานี้นำเรามาสู่ทางเลือก 2อย่าง คือ
ถ้าเราคิดว่า ความรู้สึก ทัศนคติ เรื่องนี้ เป็น ธรรมชาติ เป็น essentiality (ลักษณะที่เป็น ธาตุแท้/เนื้อแท้ ..ฯลฯ ) of wo/mankind เรื่องนี้ก็จะจบ..... อย่างชนิดที่ เอนด์ อัพ แฮปปี้เอนดิ้งมั่กมั่ก.. เรยย !
อืม.... แต่ถ้าไม่ใช่
..
..
นอกจากกรณีนั้น มนุษย์ให้ค่าของความรักต่างกันหรือไม่ถ้าเขาอยู่ในวัฒนธรรมที่ต่างกัน ?, (...ซึ่งแน่นอน ขอตอบก่อน ..มันอดไม่ได้น่ะ.. ว่าคำตอบคือใช่... และคนเขียนเขื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ), หรือเหมือนๆกันหมด
แต่ถ้าเราสงสัยว่านี่เป็น โซเชียลคอนสตรัคฯและลอง ผลักสมมุติฐานนี้ออกไป .... เราอาจตั้งคำถามได้ว่า อะไรเป็นส่วนประกอบของคอนเซ็ปท์ชุดนี้ แล้วมันมี กระบวนการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่(reproduction)ยังไง ? และ รูปแบบ เหล่านี้ มัน ผลิตตัวเองผ่านกระบวนการอะไร มีอะไรเป็น mediater(สิ่งที่มีบทบาทเป็นตัวกลาง)บ้าง ?
และ ทำไม...สิ่งที่เรียกว่า ความรัก ไม่นำเราไปสู่ สันติภาพ
เรามาเริ่มต้นกันที่เรื่อง........... "
ความรักถูกทำให้เป็น เรื่องของ ปัจเจก (เราสองคน หรือมากกว่า) หรือเรื่องของ "กลุ่ม'ปัจเจกหลายๆคน'ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ทับซ้อนกัน"(conceptually, in theorical-functional approch) i.e. บางคนจะรักกันต้องคิดถึงครอบครัว / ครอบครัวเราจะเข้ากันได้ไหม ฯลฯ
แน่นอนสิ่งเหล่านี้/ความคิดแบบนี้ ทำให้บางอย่าง'หายไป' คืออะไรที่มากกว่า "ของฉัน" มัน หายไปหมด คำถาม คือคำถามที่สองในกรณีนี้คือ
ที่จริง เราน่าจะตั้งคำถามได้ด้วยว่า "โมโนกามี่" (หรือ คอนเซปท์ที่กำหนดรูปแบบของครอบครัว ให้มีเพียง ชาย 1 หญิง 1 เท่านั้น) เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างกรอบในเรื่องการรักขึ้นมา และน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอุดมคติเรื่องรักหนึ่งเดียวขึ้นมา และเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมกับศาสนา และกรอบการปฎิบัติตัว ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี ซึ่งในหลายๆวัฒนธรรมวางกรอบว่า เรื่อง เซ็กส์ หรือการใช้ชีวิตแบบคู่ จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง(หรือมี political correctness)ได้ต่อเมื่อ ได้การยอมรับหรือได้ใบอนุญาตผ่านอำนาจของคนอื่นๆ, ซึ่งที่มาและพัฒนาการของเรื่องนี้เกี่ยวพันกับปัจจัยหลายอย่าง, เช่นปัจจัยทางเศรษฐกิจ, อย่างเช่น การบริหารจัดการด้านแรงงาน และการผลิตในชุมชน,ที่ระบบครอบครัวเดี่ยวปักหลักมั่นคงแล้ว, และเป็นกระบวนการการจัดการอำนาจของสังคม
ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้คือการ.....
ซึ่งจะว่าไป นี่ก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของ social construction แท้ๆเลย เพราะถ้าเราจะพูดถึงกระบวนการทาง จิตวิทยา(Psychological Processing of individual & society) ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจำนวนมากจะยอมรับ หรือแม้แต่เชิดชู ความเลวร้ายชนิดต่างๆ อย่างเช่น การเอารัดเอาเปรียบ, ความรุนแรง, หรือ การกลับมาเชิดชู หรือกระทำ สิ่งที่ตัวเองเคยไม่ชอบ(หรือจะไม่ชอบถ้าถูกกระทำเสียเอง)
เพราะมันมีกระบวนการทางสังคม/ทางจิตวิทยา/ทางการเมือง/ทางศาสนา...ฯลฯ ที่คอย ตีกรอบ บังคับ จัดระเบียบ ให้รางวัลคนที่ทำตาม และ ที่สำคัญที่สุดคือปลูกฝังให้คนเชื่อว่า แนวคิด/อุดมการณ์ต่างๆเป็นของตัวเอง, เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ "เซลฟ์"( self ) ของเรา, หรือเป็น "ฟรีวิล" ( และคนส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มจะทำตามกรอบ เพื่อความพอใจทางจิตใจ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ทั้งทางสังคม และที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกคือทางจิตใจ หรือทางจิตวิทยา
(โดยส่วนใหญ่,และอย่างซับซ้อน) เราเป็นทาสของอุดมการณ์ หลายๆชุด เป็นผลผลิตของสังคม ไม่ใช่ เราเลือกที่จะคิดเองอย่างอิสระ อย่างมากที่สุด,ในหลายๆเรื่อง เราเลือกภายใต้กรอบบางอย่าง และเป็นกรอบที่มีข้อจำกัดอย่างมากด้วย
..
..
..
"my love is like a red red rose"
รัก ในฐานะ ความหลงใหลในภาพที่จิตใจสร้างขึ้น
Passion of pure images
แต่ในอีกแง่หนึ่ง ความรัก, ในอีกความหมาย, สร้างขึ้นจาก การได้เห็น การมี ประสบการณ์ทางอารมณ์ ล้วนๆ โดยไม่มี ประสบการณ์ทางกายภาพ จริงๆ
"กรอบ"ของความรัก
ความรักในแง่อำนาจ / ทางเศรษฐกิจ/ การครอบครอง การเป็นเจ้าของ ที่เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งในฐานะของปัจจัยการผลิตที่ถูกกำหนดและควบคุมโดยคนที่มีอำนาจมากกว่า มากกว่าบังคับ คนมีอำนาจน้อยกว่าตาม hierarchy(ลำดับขั้นของอำนาจ)
เราถึงได้ยิน ประโยคห่วยๆ อย่างเช่น ความรัก เพราะรักหรอกจึง ทำอะไรที่... %#&*$ (เซ็นเซอร์) อย่างนั้น เราอาจจะได้ยินคำพูดประเภทว่า บางคนรักลูกเลยส่งให้เรียนสูงๆ แต่นัยยะอย่างหนึ่งคือ เราต้องการให้ลูกมีโอกาสที่จะทำเงินในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันด้วย และถ้าลูกเราทำอะไรบางอย่างที่เป็นความเสี่ยง เราก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงหรือบังคับให้เขาทำตามที่เราบงการเหมือนสมบัติชิ้นหนึ่ง !
อย่างนี้เป็นความรักหรือเปล่า ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆมัน
ในสิ่งที่เรียกว่า
ในเชิงวัฒนธรรม เวลาที่เรา "รัก" อะไรบางอย่างเราต้อง "ไม่รัก" หรือ ลดความสำคัญของสิ่งที่เหลือด้วย
ทำไม ?
จริงๆ ถ้าจะว่าไป ความหมายอย่างหนึ่งของ รักในเชิงstructural-analogy คือ the act of subject to the 'special objects' ซึ่งสามารถ vary in many things เช่น 'คนรัก', หมา แมวหรือ ชาติ หรือ อะไรก็ตาม!
'สิ่งที่ถูกรัก' ที่ได้รับการยกขึ้นเป็น อะไรบางอย่างที่พิเศษ,
และในขณะเดียวกันนั้นเอง, ตัดทุกอย่างที่ 'ไม่ใช่สิ่งที่รัก 'ออกไป
ซึ่ง ลักษณะ ของ"ความรัก"ในความหมายแบบนี้ จะ
1 แบ่งแยกผู้กระทำกับสิ่งที่เป็นobjects
2 object มักจะเป็นสิ่งที่มีขอบเขตจำกัดมากเป็นพิเศษ
3 มีนัยยะของการครอบครอง และยอมรับการแย่งชิง
4 และ ทั้งหมดนี้ เน้น ว่าทั้งหมดนี้ เป็นเรื่อง ของ ปัจเจก
5 มี justification (กระบวนการให้ความชอบธรรม) กับความรุนแรงอยู่ในนี้ด้วย
และ คำถามคือ.....
ถ้าจะคิดถึงความรักที่ไม่มีการแบ่งแยก เป็นไปได้ไหมที่ รัก จะไม่มี specific object........
การครอบครอง การแย่งชิง : Possession in the war of the heart
การต่อสู้เพื่อการครอบครอง กลายเป็นประเด็นที่เด่นชัดมากเกี่ยวกับความรัก
หลายครั้งมีบางคยทึ่แสดงออกว่าความรัก เป็นเหมือนการ สะสม property อย่างหนึ่ง
รักแท้ต้องแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ (ฮา)
edit @ 2005/06/21 15:23:15
edit @ 2006/01/19 02:20:33