2004/Oct/13

สวัสดีครับทุกคน

เจอเวบนี้มาน่ะ เกี่ยวกับ literature ที่แปลเป็นภาษาไทย คิดว่าน่าสนใจ เลยเอามาให้อ่านกันครับ  (เอามาแค่นิดเดียวนะ)

http://www.wanakam.com/literature.asp?LiteratureID=74

 

คนปลูกต้นไม้

ฌอง จีโอโน

 

 


     เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เขาเริ่มปักแท่งเหล็กลงในพื้นดินทำหลุมแล้วหย่อนลูกโอ๊กเม็ดหนึ่งลงไปในนั้นก่อนจะกลบดิน

เขากำลังปลูกต้นโอ๊ก ผมถามว่าเขาเป็นเจ้าของที่ผืนนั้นหรือ เขาตอบว่าไม่ใช่

แล้วเขาทราบหรือเปล่าว่าเป็นที่ของใคร เขาก็ไม่ทราบ เขาคาดว่าคงจะเป็นที่สาธารณะ หรือไม่ก็เป็นสมบัติของเจ้าของซึ่งไม่ไยดีกับที่ดินของตนนัก

เขาไม่ใส่ใจจะรู้ว่าเจ้าของที่เป็นใคร     ได้แต่ปลูกลูกโอ๊กร้อยเม็ดอย่างประณีตบรรจงไปเช่นนั้นเอง

 

     หลังอาหารเที่ยง เขาเริ่มคัดลูกโอ๊กอีกรอบ ผมเชื่อว่าผมคงตั้งคำถามออกไปอย่างเอาจริงเอาจังพอสมควรเขาถึงได้ให้คำตอบกลับมา

เขาปลูกต้นไม้อยู่คนเดียวอย่างนี้มาสามปีแล้ว เขาหย่อนเมล็ดพันธุ์ไปแล้วแสนเมล็ด ในแสนเมล็ดนั้นมีต้นงอกออกมาสองหมื่นต้น

ในสองหมื่นต้นนั้นเขากะไว้ว่าจะเสียไปครึ่งหนึ่งด้วยฝีมือสัตว์จำพวกหนูและกระรอกและกับสิ่งที่มิอาจจะคาดเดาได้สุดแต่พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เหลือต้นโอ๊กหมื่นต้นเติบโตขึ้นในบริเวณที่ไม่เคยปรากฏสิ่งใดมาก่อนเลยแห่งนี้

 

     ในตอนนั้นเองผมรู้สึกอยากรู้อายุของชายผู้นี้ เขาน่าจะอายุเกินห้าสิบแล้ว เขาบอกผมว่าเขาอายุห้าสิบห้า เขาชื่อเอลเซอารด์ บูฟฟิเอร์ เขาเคยมีฟาร์มในที่ราบ เคยก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้ เขาเสียลูกชายคนเดียวไปต่อจากนั้นก็เสียภรรยา เขาปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียว โดยพอใจใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ กับฝูงแกะและหมาของเขา

เขาเห็นว่าพื้นที่แถบนี้กำลังจะตายเพราะขาดต้นไม้ เขากล่าวต่อว่า ในเมื่อเขาไม่มีอะไรให้ทำมากนักก็เลยตัดสินใจฟื้นฟูสภาพสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอยู่

  

   ขณะนั้นแม้จะอายุยังน้อยแต่ผมก็ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ผมจึงรู้จักที่จะสัมผัสจิตวิญญาณของผู้อยู่โดดเดี่ยวด้วยความละเอียดอ่อน

กระนั้น ผมก็ทำผิดไปอย่างหนึ่ง อายุอันเยาว์ของผมผลักดันให้ผมคิดฝันถึงอนาคตตามที่ตนเองตั้งไว้และด้วยการแสวงหาความสุขใส่ตัว

ผมบอกเขาว่า ในอีกสามสิบปีข้างหน้า ต้นโอ๊กเหล่านี้คงจะน่าดูชมมาก เขาตอบเรียบ ๆ ว่า ถ้าพระผู้เป็นเจ้าประทานชีวิตให้เขาอยู่ต่อ ภายในสามสิบปีเขาคงจะปลูกต้นไม้ต้นอื่น ๆ อีกมากมายเสียจนต้นไม้หมื่นต้นพวกนี้เป็นแค่หยดน้ำในทะเล
   

 

  วันรุ่งขึ้น เราสองคนลาจากกัน

 

 ........... ต้นโอ๊กที่ปลูกในปี ค.ศ. 1910 มีอายุได้สิบปีและโตสูงกว่าผมกับเขาแล้ว เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมาก ผมไม่รู้จะพูดอะไรออกไป และด้วยเหตุที่เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เราสองคนจึงใช้เวลาทั้งวันเดินกันเงียบ ๆ อยู่ในป่าของเขา ป่าผืนนั้นมีสามแถบ ด้านยาวมีขนาดสิบเอ็ดกิโลเมตรและส่วนที่กว้างที่สุดมีขนาดสามกิโลเมตร เมื่อนึกถึงว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสองมือและจิตวิญญาณของชายผู้นี้โดยไม่ได้พึ่งเครื่องไม้เครื่องมืออะไร ก็ให้เข้าใจได้ว่ามนุษย์อาจมีประสิทธิภาพเทียมเท่าพระเจ้าได้ในเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากเรื่องการทำลายล้าง

  


     เขาดำเนินการตามที่คิดไว้ ดูได้จากต้นเบิร์ชสูงระดับบ่าของผมที่ขึ้นกระจายไปจนสุดลูกหูลูกตา บรรดาโอ๊กต้นสูงล่ำได้พ้นช่วงอายุที่ต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของพวกหนูและกระรอกมาแล้ว ส่วนพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้านั้น ต่อแต่นี้ไปถ้าจะทำลายผลงานสร้างชิ้นนี้ก็คงจะต้องใช้แรงขนาดพายุไซโคลนถึงจะทำได้ 

   
  ดูเหมือนว่ามีสิ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจากป่าไม้ของเขาเป็นทอด ๆ ด้วย เขาไม่ใส่ใจในเรื่องนั้น ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ง่าย ๆ ของตนต่อไปเรื่อย ๆ  เมื่อเดินกลับลงไปทางหมู่บ้าน ผมได้เห็นน้ำไหลในทางน้ำซึ่งเคยแห้งผากในความทรงจำของผู้คน  เป็นผลงานจากปฏิกิริยาตอบสนองอันเยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่ผมเห็น ในสมัยโบราณร่องน้ำแห้งผากพวกนี้เคยมีน้ำ หมู่บ้านสุดรันทดทั้งหลายที่ผมกล่าวถึงเมื่อตอนต้น ปลูกทับที่ตั้งหมู่บ้านกาลโล-โรมันสมัยต้นคริสตกาลซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยอยู่ นักโบราณคดีได้มาขุดหมู่บ้านเหล่านี้และพบตะขอเบ็ดหลายชิ้นในบริเวณซึ่งในสมัยศตวรรษที่ยี่สิบจำเป็นต้องมีที่เก็บกักน้ำฝนเพื่อจะได้มีน้ำเพียงเล็กน้อยใช้
    

    สายลมเองก็พัดเมล็ดพันธุ์พืชให้กระจายออกไป ในขณะเดียวกัน น้ำที่ผุดขึ้นมาใหม่ทำให้บรรดาต้นหลิว ต้นกก ต้นหญ้า  ไม้ดอก สวน และเหตุผลมากมายในการมีชีวิตงอกเงยขึ้นมาอีกครั้ง
   

อ่านต่อได้ที่นี่ (คลิกที่รูปธงด้านบนจะมีเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศส) 

http://www.wanakam.com/literature.asp?LiteratureID=74

อ่านนิยายแปล จากภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศสได้ที่นี่ครับ

http://www.wanakam.com

 

เนี่ย เพิ่งรู้สึกว่า เขียนมา  2-3 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้ทักทายอย่างเป็นทางการเรย 555 (เคยเขียนในเม้นนะแต่บางท่านอาจจะยังไม่เห็ล)

อะแฮ่ม ๆ ๆ(ทำเสียงหล่อ) เอิ่ม... ผมยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ 

แล้วก้อ ...อะเฮ่อ(ทำเสียว.. เอ๊ย ไม่ใช่.. เสียงหล่อ อีกที อิอิ )ต้อง ขอขอบคุณ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่าน มาเม้น แล้ว... หรือจะมาเม้น หรือมาเถียงด้วยในอนาคตนะครับ (--555 อันนี้เขียนเผื่อ --)

^__^

dreamer  

ปล.ถ้าใครชอบแนวหวานๆ ผมแนะนำ blog คุณ sudsoi ด้วยครับ ฮี่ ๆ ๆ (ช่วยโฆษณา อิอิ)

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
จริงๆ เรื่องนี้เคยพิมพ์เป็นหนังสือ นะ ผมก็เคยอ่านหลายปีแล้ว แต่อ่านอีกทีก็ยังรู้สึกดี
#1  by  ### d r e a m e r ^ _ ^ At 2004-10-13 12:23, 
ขอบคุณ..ที่ช่วยโฆษณานะคะ...
จะพยายามสรรค์หามาให้...ชมกันค่ะ..U_U
#2  by  sudsoi () At 2004-10-13 14:04, 
อิอิ
#3  by  dreamer () At 2004-10-14 08:49, 
ใครจะมาเถียงกับเธอยะ
#4  by  A N E W At 2004-10-15 15:56, 
เอนิว พูดรายมะรู้เรื่อง
#5  by  ดรีมเมอร์ () At 2004-10-16 12:07, 
เถียงกันครับ ผมชอบเถียง :D
#6  by  Re-Peat Again At 2004-10-21 00:16, 
555
#7  by  dreamer () At 2004-10-22 20:15, 
Hello, Your site is great. Regards, Valintino Guxxi
#8  by   (163.16.230.253 /216.195.54.93) At 2007-05-20 23:06, 
I'm back in the U.S.S.R Doru Hendrikje.
#9  by  Doru Hendrikje (208.184.65.91) At 2007-08-14 20:44, 
it was back in 99, watching movies all the tim. Anandi Hristina.
#10  by  Anandi Hristina (208.184.65.83) At 2007-09-20 00:08, 

<< Home


I was a dreamweaver ....
View full profile