2006/Jan/19

โอ้ ! ต้องบอกว่า ขอบคุณ
sweetsea
sudsoi
repeat
กำลังใจของท่าน ทำให้เรากลับมาเขียนบล็อกได้อีกครั้ง โอ้ว เย่ !

2006/Jan/19

ท่ามกลางลมแรง

ผมอยู่คนเดียวเปลี่ยวเหงา

และ สายลมกระซิบ

คำเย้ยหยัน

but we still believe

In Theses

In UsAll

Nevertheless,

I love this world

Really Really Really love this world !

For we can do anything wrong

For anyday we're not strong

the world always hug you

without choices

I am very graceful

being here .


edit @ 2006/01/19 17:33:27
edit @ 2006/01/21 20:27:26
edit @ 2006/01/21 20:30:53

2005/Jun/21

เร่องความเห็นเกี่ยวกับ SOTUS ของนิสิตจุฬา
ฮาดีออก
ก็อปมาจากเว็บนี้
เป็นจดหมายส่งถึง บก ประชาไท
ถ้าจะดูเต็มๆเชิญเข้าไปในลิงค์ได้คับ


ประเพณีนี้ผมก็ไม่ทราบแน่ชัดหรอกว่าใครริเริ่มเอามาใช้ในการรับน้องระดับอุดมศึกษาในแทบทุกสถาบัน เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจใส่ใจขนาดที่จะต้องไปค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ให้เมื่อยตุ้ม แต่ก็เอากับเค้าหน่อยอะนะ เพราะพวกพี่ๆ ทั้งหลายก็ออกจะจริงจังกับประเพณีนี้มากมากซะจนเปลี่ยนความรู้สึกโกรธเคืองของผมให้กลายเป็นความสมเพชเวทนาบรรดาพี่ๆ เหล่านั้น ผมเลยขอแสดงบทพระโพธิสัตว์เพื่อโปรดเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผ่านข้อเขียนชิ้นนี้ ซึ่งก็เขียนแบบหนุกๆ เอามันอะ แต่อาจจะมีซีเรียสบ้างเป็นหย่อมๆ
Tradition คือ ประเพณี จะต้องเชื่อในประเพณี ไม่ว่าจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนแค่ไหนก็ต้องทำ เพราะมันเป็นประเพณี (สมเหตุสมผลมากกกกก) รุ่นพี่จะอ้างว่า ก็เค้าทำกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน แสดงว่ามันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ไม่งั้นคงจะเลิกทำกันไปแล้ว (คิดกันสั้นๆ ง่ายๆ ตื้นๆ จังเลยเนอะ) ขอยกตัวอย่างใกล้ๆ ตัว อย่างประเพณีเข้าพรรษา เดี๋ยวนี้เค้าก็เอาหลอดไฟฟ้าไปถวายพระแทนแล้วนะ แต่ถึงยังไงการถวายเทียนก็ไม่เสียหลาย มันก็ยังเรียกได้ว่า useful อยู่ และมันก็มีความสุขใจที่ได้ทำบุญ มีขบวนแห่เทียนกันสนุกสนาน

แล้วนี่มันอะไรกัน เข้าห้องเชียร์เพื่อโดนข่มเหง บางแห่งก็ถึงกับกลั่นแกล้งรังแก สนุกมือรุ่นพี่ ลับหลังก็ไปหัวเราะคิกคักกัน เรียกได้ว่าเป็นความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ประเพณีนี้ถูกคนโง่บางคนรับเอามาใช้แบบสิ้นคิด และผู้สืบทอดก็ไม่เคยตั้งคำถาม ทบทวน ตรวจสอบ ประเมินผล ประเพณีที่อ้างว่าสามารถขัดเกลาคนได้นี้เลย สิ่งที่สืบทอดกันมาใช่ว่าดีเสมอไป เราต้องกล้าหน่อย (ขี้ขลาดกันจังเลยว่ะ) กล้าที่จะคิดว่าไอ้คนที่สืบทอดกันมาก่อนๆ เรามันอาจจะโง่รึเปล่าฟะ เราต้องไตร่ตรองใช้สมองให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ว่ารับต่อมาดื้อๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงปรับปรุงแก้ไข อย่างนี้มันใช้ไม่ได้ (แต่ถ้าสมองมีเท่านี้ก็มะเปงไรให้อภัย)

การรับเอาประเพณีนี้มาใช้แบบโง่ๆ มันก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมโง่ๆ ของเรา คือ วัฒนธรรมการเป็นผู้ตาม (กระทรวงวัฒนธรรมไม่เห็นสนใจวัฒนธรรมในมิตินี้บ้างเลย) มิน่าล่ะประเทศไทยถึงได้มีแต่คนที่ความรู้สูงส่งล้นประเทศ แต่ไม่ค่อยจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เราได้แต่เลียนรู้จากผู้อื่นตลอด แถมยังไม่เคยทบทวนความรู้ที่เราเอามาใช้นั่นเลยด้วย
อ่านต่อได้ที่

edit @ 2006/01/19 02:19:05
edit @ 2006/01/19 02:19:41


I was a dreamweaver ....
View full profile